นิยายเที่ยวสิงคโปร์ : Chapter6_Day1: เปียกโชค... เปียกโชว์ (ซิงกะโปโล : Singapolo)


            ผละจากป่าต้นไม้  ก็มาโผล่อีกที่ป่าคอนกรีต สถานี Promenade ส่งเราไม่ไกลจากตึกซัน เทคมากนักแค่เดินไปนิดก็ถึงน้ำตกแล้ว  และถ้าคุณมาด้วยกันกับเราจะรู้สึกได้ว่าผมออกจะดีใจระริก ระรี้ เกินงามไปหน่อยที่ได้มาที่นี่

            “เพราะนี่ถือเป็นสถานที่ปมใหญ่ ที่ทำให้ผมกลับมาแก้ที่สิงคโปร์นี่อีกครั้ง”

            “เด็กชายคนหนึ่งตื่นเต้นมากที่จะได้เจอน้ำพุที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ถูกบันทึกไว้ตั้งแต่ปี 1998 นอกจากนั้น Fountain of Wealth” หรือ “น้ำพุแห่งความมั่งคั่ง” ยังพิเศษสมชื่อ เพราะหมู่ตึกและน้ำพุนี้ถูกออกแบบให้ถูกหลักฮวงจุ้ย แบบเฮงสุดๆ ให้ช่วยนำพาโชค ลาภมหาศาลสู่ประเทศ เพราะตึกซันเทคทั้ง 5 ตั้งอยู่ในตำแหน่งเหมือนนิ้วมือซ้ายล้อมน้ำพุตรงกลางที่ถือเป็นตำแหน่งของฝ่ามือ ตัวแทนความมั่นคง และความเฮงนี้ยังสามารถเผื่อแผ่ ไปถึงนักท่องเที่ยวเพราะเขาเปิดให้สัมผัสน้ำพุ เดินวนตามเข็มสามรอบใช้มือราน้ำพุไว้ เชื่อว่าจะนำ มาซึ่งความโชคดีและโชคลาภ... เด็กชายไม่รอช้า ถือไกด์บุ๊คไว้มั่น เดินนำพี่ชายพ่อแม่ไปตามทาง แม้ แถวนั้นจะมีการก่อสร้างจนเส้นทางถูกปิด เบี่ยงไปจากเดิม แต่สัญญาชาตญาณของเขาก็นำพาไปจน ใกล้จุดหมายเข้าไปทุกทเด็กชายเร่งพี่ชาย และพ่อแม่ให้เดินเร็วขึ้นอีกและโม้ว่า

“เห็นน้ำพุแล้วจะ ต้องทึ่ง”

            เป้าหมายใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว เมื่อเห็นป้ายระบุว่าตึกซันเทคอยู่ไม่ไกลและแคเขาเลี้ยวตามป้าย เดินพ้นจากมุมตึก “น้ำพุแห่งความมั่งคั่ง” ที่รอคอยก็อยู่ตรงหน้า...”
                


ปิดปรับปรุง!!!” 

 พอนึกภาพนี้แล้วก็เจ็บใจตัวเองครับ จ๋อยก็จ๋อย มันช่างไม่มีเหตุผลเอาซะเลยครับ การมา ถึงแต่กลับไม่ได้เห็นเนี่ย... แต่ครั้งเนี้ย!!! ไม่มีพลาดครับ ประวัติศาตร์จะไม่ซ้ำประวัติจะต้องเปลี่ยน เพราะไม่มีแล้วน้ำพุที่ปิดปรับปรุง...น้ำพุเหมือนเป็นวงเวียน
ที่ล้อมด้วยถนนเส้นใหญ่ ด้วยความดีใจ มากเลยชวนพี่โท พี่เอส วิ่งข้ามถนนแบบไม่สนทางม้าลาย ไม่สนสัญญาณไฟอะไรทั้งนั้น... ไทยโคตร!!!

ตัว “Fountain of Wealth” สูงถึง 13.80 เมตร แบ่งออกเป็น 2 ส่วน พื้นด้านล่างซึ่งเจาะลงไปชั้นใต้ดิน เป็นลานน้ำพุวงกลมขนาดใหญ่ กลางลานนี้มีแท่นน้ำพุเล็กๆ  ที่มีน้ำพุไม่เคยหยุด เป็นสัญลักษณ์แทนจักรวาลในศาสนาฮินดูจากริมลานน้ำพุมีเสาสีแดงขนาดใหญ่โผล่ขึ้นมา 4 ต้น ซึ่งเป็นตัวแทน 4 ชนชาติหลัก ของสิงคโปร์ โดยเชื่อมต่อกันเป็นวงกลมหนึ่งเดียวขนาดใหญ่ที่ด้านบน ซึ่งจากวงนี้เองจะมีน้ำไหลตกลงไปที่สู่ลานด้านล่าง…

นอกจากนำพุนี้จะสามารถชมได้จากด้านบนแล้ว ยังออกแบบให้มองจากด้านล่างได้ด้วย เพราะว่ารอบๆ ลานพุจะเชื่อมต่อกับชั้นใต้ดินของตึกซันเทคทั้ง 5 ตึก… จึงไม่แปลกที่ลานรอบๆ น้ำพุจะเป็นที่จับจองของร้านอาหารต่างๆ…เรียกว่ากินข้าวริมน้ำพุกันเลยทีเดียว

            เรา 3 คนเลือกเกาะรั้วกระจกดูน้ำพุจากด้านบนเพราะคิดว่าน่าจะเก็บภาพได้หมดทุกมุม และไม่นาน 2 ทุ่มครึ่งจะมีโชว์น้ำพุเต้นรำกับแสงสี และมีการยิงเลเซอร์เกร๋ๆ ไปบนม่านน้ำด้วย ดูจากยูทูปที่นักท่องเที่ยวเอามาโพสค่อนข้างสวยและน่าตื่นเต้นครับ…และตอนนี้ผมจะได้เห็นกับตาแล้วครับ   ความผีดิบของประเทศนี้ยังคงเดิมคือตรงเวลาเป๊ะ ยังไม่ถึง 2 ทุ่มดีสัญญาของโชว์ก็เริ่มขึ้น นำพุหลุดไหล ไฟที่น้ำพุทุกดวงดับลง เหมือนร้องเรียกให้ทุกคนกันมาเตรียมพร้อมชมโชว์…  เยส!!!

น้ำพุจากลานด้านล่างเริ่มผลุดขึ้น ผลุดลง เป็นจังหวะ สูงบ้างต่ำบ้างสลับกับการเล่นแสงสี ของไฟที่อยู่กับน้ำพุแต่ละจุดปรับสี เปลี่ยนจังหวะไปพร้อมๆ กัน.... เริ่มงงๆ นิดนึงว่า ​​"เลเซอร์อยู่ไหน” แต่นึกในใจว่าของดีต้องมาทีหลัง นี่แค่ออร์เดิร์ฟ..ดูไปสักพักน้ำพุและไฟยังเต้น ระบำไปอย่างต่อเนื่อง แบบเงียบกริบไม่มีเพลงประกอบ ดูไปอีกหน่อยเลเซอร์ก็ไม่มา และเริ่มชักจะยังไงๆ เพราะว่าจังหวะ น้ำพุเต้นรำเริ่มคุ้นตา แล้วก็จริงๆ ด้วย มันกลับมาเต้นจังหวะเดิมซ้ำอีกรอบครับ... เวลาผ่านไปประมาณ 15 นาที น้ำพุก็นิ่งสงบอีกครั้งเป็นสัญญาณว่าจบโชว์แล้วจ้า…แล้วน้ำพุก็กลับมาไหลปกติไม่มีเทคนิคอะไรอีกแล้ว ว่าแต่เสเซอร์ไม่มีสักจึ๊ด เศร้าเบาๆ... แอบคิดไปเองว่าหลังจากปิดซ่อมแซ่มครั้งนั้นโชว์มันน่าจะเปลี่ยน ไปแน่ๆ เลย... 

“เอาเลเซอร์ชั้นคืนมา!!!!”

            จบโชวนำพุ น้ำย่อยก็เริ่มทำงานครับ… เท่าที่จำได้จากครั้งก่อนนอกจากชั้นใต้ดินรอบน้ำพุจะมีร้านอาหารเยอะแล้ว ยังมีซูปเปอร์มาเก็ตขายของราคาถูกมากๆๆๆๆ ตั้งอยู่ด้วย (ครั้งที่แล้วที่มา กับที่บ้านเราเหมาขนมจากที่นี่ไปเป็นของฝากในราคาคุ้มสุดๆ) ผมเลยชวนพี่โท และพี่เอสลองเดินลงไปดูก่อนว่าหา อะไรลองท้องก่อนจะ ไปดู Wonder Full โชว์ไหม สรุปทั้งสองเห็นด้วย... ซึ่งก็เข้าล็อคครับ เพราผมมีแผนจะไปซื้อ ของในซูปเปอร์... ยังจำ”กอล์ฟ” พี่ชายผมได้ไหมครับ พอรู้ว่าผมแอบหนีมาที่นี่ก็แชทเฟชบุคมาเลยเพื่อฝากซื้อของฝาก “ซื้อสก๊อต วิตามินซีพลาทิล ให้หน่อย ซื้อจากซูปเปอร์นั้นนะ...มันถูกดี”...
            ฟังไม่ผิดหรอกครับ... ไอ้วิตามินพลาทิสอะไรนี่ เมืองไทยก็มีขายให้เกลื่อน


            หลังจากเดินๆ วนโฉบอยู่หลายร้าน ก็ไม่มีร้านไหนน่านั่งเติมอาหารเข้าท้อง ผมเลยขอตัวเข้าซูปเปอร์  ซึ่งพี่โท และพี่เอสก็ตามมาด้วย… ซูปเปอร์นี้หน้าตาไม่เหมือนเดิม ทะแม่งว่าน่าจะไม่ใช่ ซูเปอร์เดิมแต่ยังไงก็ ดิ่งเข้าไปจนเจอวิตามิพลาสทิลวางอยู่ ดูราคาก็ไม่ได้ต่างจากไทยเท่าไหร่เลย ตัดสินใจไม่ซื้อ เปลี่ยนมาดูของอื่นๆ แทน  ไม่ไกลกันพี่เอส กับพี่โท กำลังเพลิดเพลินอยู่ที่
ชันบะหมี่กึ่ง สำเร็จรูปที่หน้าตาน่าอร่อยและราคาถูกเป็นพิเศษ ส่วนผมเดินถัดมาที่ชั้นขนมกรุบกรอบ ไปสะดุดตาที่ชั้นขายถั่ว…
ไม่ได้สะดุดตาที่ทั้งส่วนใหญ่มีถั่วยี่ห้อ “ทองการ์เด้น” ที่เรียงเป็นคลอเล็กชั่น ครบทุกชนิดถั่วครบทุกรสชาติ (ครบว่าที่ขายในเมืองไทยอีก) แต่ผมไปสะดุดตาถั่วเม็ดกลมๆ ยี่ห้อ ประหลาดที่คล้ายกับถั่วยี่ห้อ “อังเคิล แจ๊ค” ที่เคยกินตอนเด็กๆ จำได้ว่าพ่อชอบถั่วยี่ห้อนี้มาก ซื้อมาทีละเยอะๆ (และลูกๆ ก็แอบขโมยเอาไปกิน 555  ถั่วอังเคิลแจ็ค เคยวางขายในประเทศไทย อยู่ช่วงหนึ่ง ตอนนั้ผมยังอยู่ชั้นประถมแล้วจู่ๆ ก็หายไป)   พอเห็นถั่วนี้ก็นึกถึงถั่วนั้น… เลยขอสอยติดมือกลับมา 1 ถุงใหญ่  ส่วนพี่โท  พี่เอส ในที่สุดก็คว้าคัพนูดเดิ้ลกลับมาหลายถ้วย
            เราเดินกลับมาที่ MRT Promonade  เพื่อขึ้นรถสายสีแดงกลับไปที่สถานี BayFront อีกที...ตอนนี้เวลาเกือบๆ 3 ทุ่ม  มีเวลาเกินหว่าครึ่งชั่วโมงกว่า Wonder Show จะเริ่ม... และหลังจากไลน์นุ๊ก ก็บอกว่าได้ขึ้น Singapore Fryer ได้สักพักแล้ว ซึ่งน่า จะไป ถึง Marina Bay Sand ทันโชว์อย่าง แน่นอน
            ขึ้นจาก MRT ก็โผล่มาบริเวณในตัวห้างเดอะชอปเปอร์เลย ห้างนี้หรูหรามากเพราะมีชอปของแบรนด์ดังๆ มาเปิดกันถ้วนหน้า แล้วแต่ละชอปก็ไม่ไก่กา ใหญ่โตบางแบรนด์กินเนื้อที่ 2 ชั้นเลยก็มี  และที่เลื่องชื่อคงจะเป็น “เกาะหลุยส์” ช็อปตั้งอยู่บน
เกาะเป็นส่วนตัวลอยอยู่หน้า Marina Bay Sand  นี่แหละ ซึ่งเรากำลังจะเดินตัดห้างออกไปด้านนอกแถวเกาะนั้นซึ่งเป็นบริเวณเดียวกับที่ Wonder Full Show จัดเริงลีลาให้เราชม
            เดินออกมาจากตัวห้างก็เป็นลานกว้าง (ที่กว้างและยาวกว่าลานหน้าเซ็นทรัล เวิล์ด) ที่เห็นคึกคักตรงหน้าไกลๆ คือทางเดินไม้เลียบอ่าวมาริน่าเบย์ คนเริ่มจับจองพื้นที่เพื่อดูโชว์กันแล้วครับ เขาระเบียงทางเดินเป็น 2 ชั้นครับ เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการรับชมไม่ให้บังกัน เราจับจองพื้นที่ริมระเบียงชั้นชนครับ (จริงๆ เข้าไปแทรกตัวระหว่างนักท่องเที่ยวครอบครัวคนจีน) พี่โทอยากจะลง ไปดูข้างล่างมากกว่า เพราะคนยังโล่งๆ  แต่ผมว่าข้างล่างมันจะใกล้น้ำเกินไป ทำให้มุมมองแคบ เลยโน้มน้าวให้อยู่ตำแหน่งเดิม ประกอบกับจะเริ่มโชว์แล้วนุ๊กก็ยังไม่มีครับ ไลน์ไปตอบบ้างไม่ตอบบ้าง.. สักพักเลย ตัดสินใจโทรหา (ใช้ฟรีคอลในไลน์) สรุปได้ว่า เดินหลงอยู่ในชอปเปอร์ ขึ้นไปชั้นโน้น ชั้นนี้ จนหาทางออกมาอ่าวไม่เจอ... แต่นุ๊กก็หลงจนลงมาได้สำเร็จ  และเหมือนน้ำพุ รอ ประธานคนสำคัญ พอนุ๊กมาถึง โชว์ก็เริ่มพอดี
อ่าวที่คึกคักถูกทำให้สงบลงด้วยการดับไฟลง ท่ามกลางความมืดเสียงเพลง สไตล์มาเลย์ช้าๆ ก็ดังขึ้นเป็นการโหมโรม ก่อนจะเร่ง จังหวะ เป็น เร้าใจขึ้นเรื่อยพร้อมกับม่านน้ำ 3 ฉากใหญ่ปรากฏขึ้นตรงหน้าเรา  โชว์เริ่มต้นอย่างเป็นทางการ เมื่อภาพน้ำหยดเป้ง หยดลงในน้ำบนม่านน้ำอีกที แล้วก็ถึงช่วงเวลาจัดหนักครับ         แนวคิดของโชว์แสดงให้เห็นถึงความสำพันธ์ระหว่าง “น้ำ” และ “ไฟ” ที่เป็น ต้นกำเนิดของชีวิต โดยจะเล่าโดยใช้ “น้ำ และ ไฟ” (เก๋เนอะ) จริงๆ เส้นเรื่องของโชว์ออกจะหลากหลายและนามธรรมไปหน่อยครับ แต่ก็เป็นเรื่องของวิถีชีวิต ที่ไม่ได้ดูยากเลย  คุณจะเพลิน ไปกับความน่ารัก ตื่นเต้น โรแมนติก และที่สาบานได้คือความตะลึงกับเทคนิคต่างๆ ที่จัดหนักเขามาแบบไม่ยั้งครับ เพราะนอกจากม่านน้ำแล้ว ยังมีการยิงเลเซอร์ กำแพงลูกไฟโผล่ขึ้นมาจากน้ำ(ทำเอาร้อนวูบ) น้ำพุเต้นระบำและที่เหนือความคาดหมาย คือการสร้างบรรยากาศครับ ไม่ใช่ แค่การแสดงที่ยิงเทคนิคจากน้ำมาสู่คนดูเท่านั้น ด้านหลังที่เป็น  Marina by the Bay  ยังเล่นแสงสี ยิงเลเซอร์สอดคล้องไปกับโชว์ด้วย... บางช่วงมีซีนแบบใน MV คือปล่อย ลูกโป่งฟองสบู่ฟุ้งทั่วอ่าวเลย เรียกว่าเป็น 12 นาทีที่ ตื่นเต้นตื่นตา คุ้มค่ากับการดั้นด้นมาดูมากครับ 

            ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคนดูประทับใจแค่ไหน... เสียงปรบมือดังลั่นเมื่อโชว์จบลง

          เป็นความฟินของผมอย่างมากครับ ที่วันนี้โชคดีสามารถบรรลุโชว์เปียกๆ ที่ฝันไว้ได้ทั้ง 2 โชว์  ความค้างคาใจได้บรรลุแล้วเสี้ยวหนึ่งในวันนี้ (โอ่วววว์) ค่ำนี้รู้สึกประทับใจกับสิ่งที่สิงคโปร์ตั้งใจทำไว้ต้อนรับแขกที่มาเยือนบ้านของเขา และเป็นโชคของชาวสิงคโปร์นะครับ แอบอิจฉาเล็กๆ ที่บ้านเขามีโชว์แบบเว่อร์วัง ซัดกันเต็มเหนี่ยวให้ดูกันฟรีๆ ทุกวัน 
           และที่แน่ๆ ของดีของสิงคโปร์ที่เจอวันนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะโชคแน่ๆ แต่เขาสร้างให้มันมีขึ้นมา...  สร้างให้มีโชค สร้างให้มีโชว์


ติดตามตอนต่อไป Chapter 07 Day 01 ..................  เร็วๆ นี้



อ่านตอนเก่า
            
                 

            

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เรื่องย่อ “Frozen” (Disney's) โฟรเซ่น - ผจญภัยแดนคำสาปราชินีหิมะ” : จากมุมมองของผม หลังชม (review)

รองเท้านักเรียน ที่พาเราขบถเล็กๆ แบบเท่ๆ (รีวิวร้องเท้านักเรียนปี 2557)

สไปร์ท ฮอร์โมน : ซ่าๆ ใสๆ (กินสไปร์ท ต้องใส่ถุง) : (Hormones วัยว้าวุ่น เดอะซีรีย์)