"ฟัด จัง โตะ" ขำ ฮา อย่าคาดหวังอะไรมาก (review)

วันนี้เป็นวันคริสมาส... ผมหยุดงานครับ
เลยถือโอกาสไปดูหนังเรื่องที่เข้าฉายวันนี้พอดี นั่นคือ
"ฟัต จัง โตะ"
ที่อยากดู เพราะเห็นโฆษณาแล้วตลกดี มีฉากญี่ปุ่นสวยๆ 
ที่พิเศษคือ หนังเรื่องนี้ เป็นเรื่องแรกในชีวิตเลยครับ ที่ตั้งใจไปดูวันแรกที่เข้าฉาย
( ตัดรอบเปิดตัว รอบสื่อ ออกไปนะครับ เพราะนั่นถูกเชิญ... อันนี้ตีตั๋วเสียตังค์ครับ)


และนี่คือ "ฟัต จัง โตะ" ในมุมมองของ "morraget" ครับ
ก่อนอื่น ขอเกริ่นถึงทัศนคติที่ผมมีต่อหนังของ "คุณยอร์ช" ก่อนนะ
ผมดูหนังอของ "M๓๙" นับเรื่องได้เลยครับ... และส่วนใหญ่ไม่ได้ดูในโรง
แต่เป็นการดู​ตามฟรีทีวี เคเบิ้ลทีวี ที่ต่างเอามาฉายซ้ำไปซ้ำมา
ถ้าพูดจริงๆ ผมค่อนข้าง "ผิดหวัง และ ไม่ปลื้ม" หนังของ"คุณยอร์ช - ฤกษ์ชัย พวงเพชร" เอาซะเลย
เพราะอะไรน่ะหรอ?  ตอนโปรโมทน่ะดีครับ ดูตลก บทคมคาย
แต่พอดูจริง....​หนังก็ไม่สนุก ก็นำเสนอก็งั้นๆ  แถวยังเป็นหนังพูดกร่อยๆ  ที่มีแต่ไดอาร็อคที่ตั้งใจให้ดี
เอามายัดปากตัวละคร ให้หนังดูมี "อะไร"  แล้วก็จบ แบบทั้งไม่สนุก และไม่ประทับใจ

แต่ที่ผ่านมา ก็ยังให้โอกาส และตามดูตลอดครับ เพราะหวังว่าเรื่องต่อๆ ไปจะไม่เหมือนเก่า
แต่แล้วก็เหมือนเดิมครับ...

"ฟัด จัง โตะ" พอเห็นโฆษณา ก็รู้สึก "เฮ้ย… ตลกจัง"  และคิดว่า
คงเป็นหนังแนวใหม่ๆ ที่ไม่เน้นคำคมเกร๋ๆ แน่นอน (ไม่ยัดคำคมๆ มาใส่ในทีเซอร์) 
ประกอบกับนักแสดง "บอย ปเกรียน" ที่ไม่เค้ย ไม่เคยจะเห็นเล่นคอมเมดี้ เต็มสูบขนาดนี้ (ทั้งที่บุคลิกให้มาก)
บวกกับ ยิปโซ ที่น่ารักจุง.... ก็เลย ตัดสินใจตีตั๋วไปดูครับ  

ชอบประเด็นของเรื่อง "จัง"
เท่าที่ดู และจับประเด็นได้
เหมือนเรื่องนี้กำลังส่ง Message ให้กับคนดูว่า​​ 
"ในทุกๆ คนทุกๆ ความรักนั้น ย่อมเปลี่ยนแปลง และมีสิ่งที่ไม่ชอบบ้าง
แต่แค่เพียงเรา รับฟังกันเพื่อเข้าใจ และยังชอบในตัวตนของอีกฝ่ายอยู่ เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว ที่ความรักจะดำเนินต่อไป"

ค่อนข้างเป็นประเด็นที่ซับซ้อน นิดหน่อย...​(ตามรูปแบบความรักของคนเมืองสมัยนี้ ที่พิศดารกว่าเดิมมาก)
และยังมีความคมคายดีอยู่..... 
ก็เป็นสไตล์ หนังเกร๋ๆ เท่ห์ๆ แนวคิดงงๆ คมๆ ที่เถียวกันคุยได้ต่อไม่จบสิ้น  ก็เป็นลายเซ็นต์ของคุณยอร์ช เขาล่ะครับ


สีสัน Set Up ได้น่าสนุกดี
โครงเรื่องทำออกมาได้สนุกนะครับ (เฉพาะโครงเรื่องนะครับ) เอื้อต่อการเป็นคอมเมดี้ที่สนุกมากๆๆๆๆ ได้ เล่าคร่าวๆ แบบสปอยคือ
"ก๊อป" พระเอก ทำงาน Product Design ที่บริษัทชาเขียวแห่งหนึ่ง  นางเอก"แก๊ป" เป็น Dancer (เน้นเต้นตามงานอีเว้นท์) นางเอกฝันอยากไปญี่ปุ่นมาก
จึงกินชาเขียว(ที่พระเอกทำงานอยู่) เพื่อเอาฝาไปชิงโชคทัวร์เป็นคู่ไปญี่ปุ่น (นางเอกพยายามบังคับให้พระเอกเอาฝาชาเขียวที่บริษัทมาฝากด้วย)
พระเอกทนความเยอะ ของนางเอกไม่ไหว....ทะเลาะและบอกเลิกกันในที่สุด

เรื่องพลิก !!! เมื่อนางเอกแจ็คพอท ได้ไปทัวร์ญี่ปุ่น ตามที่ได้ส่งฝาชิงโชคไว้...แต่โชคร้ายตรงที่ Gap ใส่ชื่อ Gop ไปเป็นคู๋ และกติกาคือห้ามเปลี่ยมคู่ และห้ามไปคนเดียว
มิเช่นนั้นถือว่า สละสิทธิ์... จึงเป็นหน้าที่ของ Gap ที่ต้องไปง้อให้ฝ่ายชายไปด้วยกันให้ได้

แม้จะง้อสำเร็จ Gop และ Gap ร่วมทริปกัน แต่คนเลิกกัน มันจะไปสงบสุขได้ไง
ท่ามกลางบ้านเมืองที่สวยงาม ทั้งคู่เจอกติกาประหลาดๆ ของทริปนั่นคือ... มีไกด์หนุ่มนำทางตลอด (ที่ดันพกพ่อมาด้วยอีกคน) 
นอกจากนี้ตลอดทริปทั้งคู่ต้องแต่งตัวตาม "คอสเพลย์" ที่ทัวร์กำหนดเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีการแอบถ่ายทำทั้งคู่ (โดยกล้องที่แอบไว้) ตลอดทริปอีกด้วย
แล้วความประหลาด ที่ฟัดกันแหลก... จะทำให้ความรักของทั้งคู่ กลับมา "คู่กัน" หรือ "ขิงกัน" ตลอดกัน...อันนี้ก็ต้องไปดูกันนะ.... ( สปอยเท่านี้แหละ)

ปล.ที่เล่า ก็จะเห็นความเพี้ยนของ Set Up ของโครงเรื่องครับ ที่จะเลี้ยงให้เรื่องมีสีสันอยู่ตลอด...
อีกหนึ่ง Set Up ที่ผมว่า "น่ารัก" (แม้จะดูขัดๆ และตั้งใจไปหน่อย) นั่นก็คือ ชื่อคนครับ เขาตั้งใจให้ชื่อคนเป็นอีก "มุขหนึ่งด้วย" เช่น
พระเอกนางเอกชื่อ "ก๊อป-แก๊ป"​(ถุง) / แฟนเก่าของนางเอก กับแฟนใหม่ของเขาชื่อ "วัตสัน-บูธ" / ไกด์หนุ่ม มีชื่อว่า "ไกด์" เป็นต้น….



Mood&Tone ของเรื่อง ก็ตามที่บอก "ซาดิส คอมเมดี้"
หากดูทีเซอร์แล้วรู้สึกว่า "บอย" และ "ยิปโซ" เล่นใหญ่ OverActive เพื่อให้ออกมาเป็นคอมเมดี้นั้น  ก็ถือว่าจริงครับ
ซึ่งบางคนก็บ่นว่า "เฮ้ย..ไม่ชอบเลย" หรือ "คงทำเล่นใหญ่ แล้วคงขำมั้ง"
แต่ผมว่า มันไม่ใช่แค่นั้นครับ..... การเล่นใหญ่ของทั้งคู่ ผมว่าผู้กำกับดีไซน์ได้ออกมาเหมาะสมกับหนังเรื่องนี้ครับ
เพราะเป็นคอมเมดี้ ที่หลุดออกจาความเป็นจริงไปเลย เหมือนการ์ตูนเพี้ยนๆ การเล่นใหญ่ถือว่าเป็นการไปสุดทางครับ   และเล่นใหญ่แบบนี้ตลอดเรื่อง
สม่ำเสมอ จึงถือว่าเป็น  "Acting Design" ที่จงใจให้ออกมาครับ

เรื่องนี้ไม่ได้เห็น "ภาพสวย" ของบ้านเมืองญี่ปุ่นสักเท่าไหร่...​คือไม่ต้องไปหวังว่าจะเห็น "วิวแปลกๆ" "ตั้งใจถ่ายให้เห็นวิวสวยๆ" "มุมกล้องประหลาด"
เพราะเรื่องนี้ไม่เน้นความเป็นญี่ปุ่นขนาดนั้นครับ  ญี่ปุ่นทำหน้าที่แค่เป็นฉากหลังเท่านั้น... ภาพญี่ปุ่นที่ออกมา จึงเหมือนสายตาของคนเดินถนนจริงๆ มากกว่า
เป็นภาพบ้านเมืองปกติ โดยมุมมองปกติครับ....​แต่ก็ถือว่าสวยงาม กำลังดี...และดูไม่ประดิษฐ์มากไปครับ

ผู้กำกับให้ Concept ว่าเป็น "ซาดิส คอมเมดี้" …. ดังนั้น นอกจากฉากตลก ที่มีกันตลอดเรื่อง  ทั้งความตลกที่มากจาก "ไดอาล็อค,​โครงเรื่อง" วิธีีการนำเสนอ" แล้ว…
ก็ต้องกล่าวถึงความ "ซาดิส" ด้วยที่ผู้กำกับจงใจใส่มาคู่กัน (ตั้งใจเลยล่ะ).... เพราะหากฉากไปเป็นตลก... มันจะตลดที่เกิดมาจากความซาดิส..... ดังนั้น การตบ, หลังมือ, ถีบ, ขวางปา, ปะทะ, ลงไม้ลงมือ...ในเรื่องนี้จะเกิดขึ้นตลอด และเอากันขั้นถึงตายครับ (ถึงขนาดนับไม่ถ้วนว่า พระเอกโดนเอาของปาหัวกี่ครั้งในเรื่อง) 


"ฟัด" กันเลยนะ
เรื่องนี้เป็นอย่างที่คิดครับ "ตล๊ก ตลก"  สำหรับผมที่ขำยากหน่อย... ก็ดูแล้วยิ้มๆ ตลอดเรื่อง มีขำระดับ "หึหึ" บ้าง เป็นระยะๆ 
แต่สำหรับคนเส้นตื้น...น่าจะได้จำแบบ "เต็มคำ" ได้ตลอดเรื่องแน่นอน

ถามว่าทำไมถึง ขำแค่ "หึหึ"
ต้องสารภาพครับว่า พอหนังเริ่มปล่อยมุข...ไอ้มุขนั้นเองแหละ ที่มันมีอะไรบางอย่างมาทำลายมุขนั้นเอง..ทำให้ผมฉุกคิด (ไปคิดเรื่องอื่นๆ) ….และ "ไม่ค่อยขำ" 
จนเจื่อนลงในที่สุด...


แล้วมันคืออะไร ที่มาขัดมุข
"ความหยาบคาย และ การทำร้ายผู้หญิงครับ"
เรื่องนี้การขำมันอยู่ที่ "การแกล้งกันไปมา" ของพระเอก-นางเอกครับ
การแกล้งกันในเรื่องนี้ ค่อนข้าง "หยาบคาบ รุนแรง ไม่สุภาพ และเป็นการทำร้ายผู้หญิงครับ"
ฉากที่ตั้งใจให้ขำ แล้วผมขำไม่ออก (หรือเจื่อนไป) เช่น
- นางเอกโดน "ถีบหน้าในน้ำ" โดยผู้ชาย 2 คน (แม้โดยไม่ตั้งใจก็ตาม) / และหลังจากโดย ถีบ ก็ยังโดยตบอีกที
- นางเอกใส่เกี๊ยะ... ล้ม หน้าจะทิ่มพื้น พระเอกมาช่วย โดยการดึงที่ผม ดึงขึ้นมา....​(มีแกล้งดึงขึ้น ดึงลง หลายๆ ครั้งด้วย) จนผมหลุดมากระจุงนึง
  ( แม้เป็นการช่วยก็ตาม แต่ถามหน่อย ใครว่าช่วยคนโดยดึงผม!!!!)
- นางเอกมาหาพระเอกที่ห้อง พระเอกไล่ไป นางเอกไม่ได้ เอาหัวขัดประตูไว้...พระเอกทำไงรู้ไหม... ปิดประตู ทับ ทับ ทับ ทับ ทับ
  พระเอกผลักนางเอกออก... นางเอกเอาหัวมาเสียบใหม่...พระเอก ปิดกระตูทับ ทับ ทับ ทับ อีกที...แล้วผลักออกไปอีก (เอิ่บ…อย่างโหด)
นี่ยังไม่นับ กรณีที่พระเอก "กระทำ" กับนางเอก ทั้งแรง และเบา 
คือมีทั้งเรื่องครับ...​พระเอก ทำร้ายนางเอกจริงๆ ตลอดเรื่อง และหนักท้ังนั้น ทั้งตบ ทั้งเท้า ไม่นับรวมคำพูดที่เสียดแทงตลอดเวลา

ไม่ได้โลกสวยนะครับ...แต่ผมว่ามันเกินไปหน่อย....ไม่เป็นสุภาพบุรุษเลย... ยิ่งคนที่รักกัน เขาไม่ทำกันแบบนี้หรอก
( แม้เราจะเป็นแฟนกัน...​เป็นเพื่อนสนิท...เราก็ไม่ทำอะไรก็แบบนี้อ่ะ)
สรุป การกระทำแบบนี้ ไม่ค่อยเสริมเนื้อเรื่องครับ แต่แค่ "รับใช้" ความตลกของเรื่องเท่านั้นเอง
เป็นการตลกที่ "หยาบคาบ" อ่ะครับ.... ประมาณว่า "ตลกคาเฟ่" เอาฉาดตีหัวกัน...ถีบกัน....แล้วคนดูเขา
มันเป็นการตลก "แย่ๆ" แบบนั้นแหละครับ

สำหรับใครที่ไม่ชอบเห็น "การถูกแกล้ง" ไม่ชอบ "ความหยาบ" ของตลกคาเฟ่
อย่าไปดูหนังเรื่องนี้ครับ  มันจะไม่ตลกเลยสักนิด


บทไม่ค่อยคงเส้นคงวา
ไม่ค่อยอินกับความสัมพันธ์ของทั้งคู่นะครับ แม้ว่าเรื่องจะพยายามทำให้ทั้งคู่
ผ่านเรื่องราวต่างๆ ที่ยากลำบาก (จนเกือบทำให้ทั้งคู่เลิกกัน) แต่ก็ฝ่าฟัน กลับมา "รัก" กันได้อีกครั้ง และรักมากกว่าเดิม
แต่ด้วยความที่บทมันไม่ "สอดคล้องกัน" แถมยัง "ขัดแย้ง" กันอีก...ก็เลยทำให้แทนที่จะอิน
ก็เลยกลายเป็น "เอ๊ะ" แทน และ "ไม่เชื่อ" ในความรักของทั้งคู่  เช่น
- ตอนใกล้จบ พระเอกบอกนางเอกว่า "เขาเป็นฝ่ายรับฟังนางเอกตลอด... แต่นางเอกต่างหาก ไม่เคยเป็นที่คนฟังเลย"
  แต่ว่าต้นเรื่องปูเรื่องว่า "พระเอกไม่ค่อยรับโทรศัพท์นางเอก.... บางทีไม่รับเป็นหลายๆ วัน จนมี Voice ฝากไว้ข้ามวันข้ามคืน เต็มไปหมด..."
  (แล้วก็ไม่มีฉากไหนในเรื่อง ที่บอกว่า พระเอกฟังนางเอกตลอด...มาทีก็ทะเลาะกันตั้งแต่ต้นเรื่องเลย..."
- ประเด็นที่ทำให้พระเอกฉุกคิดได้ เกี่ยวกับความรักของตน คือคู่​ "ตา-ยาย"​(ที่เล่นไทยประกันชีวิต).... พระเอกถามว่า "ทั้งที่มีสิ่งที่ตาไม่ชอบยาย แต่ทำไมถึงใช้ชีวิตจนแก่ขนาดนี้" ตาตอบว่า..."เพราะว่าชั่งน้ำหนักแล้ว..นิสัยยายที่ดี มีมากกว่าเสีย...​ตาชอบยาย....ความรักนั้นเล็กมาก แต่ความชอบมันใหญ่  รักจืดจางได้...แต่ความชอบในตัวตนของอีกฝ่าย คือความหวานอมตะ".....​เพราะแนวคิดที่คมคายที่แฝงเข้ามาในเรื่องนะครับ.... แต่มันแปลกตรงที่....ทั้งเรื่อง ตายาย ไม่มีฉากไหนที่แสดงให้เห็นถึงความ​​"รักกัน" ของทั้งคู่เลยครับ.... จู่ๆ ตาก็พูดประโยคนี้ขึ้นมา... และในเรื่อง "ยังจูบโชว์"​ด้วย..... เลยแบบ.. อืม  ประเด็นสำคัญ แต่เบาโหยง ไม่มีรากเลย
มันยังไม่หนักแน่นพอ ที่จะทำกระแทกใจ หรือทำให้พระเอกนิมิตรได้มั้งครับ ^^;
-  อีกตัวละครหนึ่งคือ.. พ่อของไกด์(ที่เล่นโดย แอนนา ชวนชื่น) ไกด์บอกว่า พ่อแก่ ความจำไม่ได้ ขี้เยี่ยวเรี่ยราด....เราก็นึกภาพไปต่างๆ นานา แต่ปรากฏ
   ออกมาเป็นคุณแอนนา ชวนชื่น?!?!?!  ซึ่งไม่มีอาการแก่ เลอะเลือน เลยแม้แต่น้อย...ยังร้องเพลง ดี๊ด๊าาาา แล้วยังเป็นตัวละครที่คุณยอร์ช ป็นที่ระบา​ย "คำคม" มากมายหลายกระบุงอีกด้วย.... 

จริงๆ แล้ว​"ฟัด จัง โตะ" ก็ยังดีไม่สุดนะ
ถ้าพูดจริงๆ โครงของ"ฟัดจังโตะ" ก็ไม่ได้ใหม่อะไร  เหมือนหนังไทยที่เราเคยเห็นมาแล้ว 2 เรื่องเอามาผสมกัน คือเรื่อง 
"กวน มีน โฮ" : เหมือนตรงที่คนสองคน ต้องไปต่างประเทศด้วยกัน มีทะเลากันระหว่างทาง แต่ต่างฝ่ายต่างก็รู้ใจตัวเองจากการเดินทางในครั้งนี้
"ATM เออรัก เออเร่อ" : ที่พระเอกนางเอก "ฟัด" กันตลอดเรื่องด้วยกลวิธีต่างๆ นานา
ซึ่งถามว่า "ฟัดจังโตะ" ดีกว่า / เรื่องนี้หรือไม่ บอกจากใจรองเลยครับว่า "ไม่"
เพราะผมว่า ยังไม่ถึง "ด้านไหน" จริงๆ เลยสักด้าน
"เส้นรัก" ในเรื่อง "ฟัดฯ" ไม่ค่อยมีให้รู้สึกอิ่มเอิ่บครับ.... เวลาเสียไปกับมุข ไม่ปูเส้นเรื่องเกี่ยวกับความเท่าไหร่  และการนำเสนอความรักในเรื่องนี้ไม่ค่อยเกิดจากการประทำเท่าไหร่  แต่เกิดจาก "คำพูดคมๆ" ที่พยายามยัดมามากกว่า ทำให้ให้รู้สึกว่าเรื่องมันง่ายไปหน่อย ( เดี๋ยวพระเอกก็สำนึก เดี๋ยวนางเองก็สำนึก เพราะมีคนมาพูดให้คิด …หรือกระทั่งตอนจบ จะคลี่คลาย ก็มาพูดๆ คำคมใส่กัน...แล้วก็โลกสวย...จบด้วยความรัก อ่าห์....) ซึ่งเทียบกับ "กวนมึนโฮ" ที่ทั้งคู่ ต่างมีการกระทำ ความผูกพันให้เราเห็น มันทำให้เราคล้อยตาม อิน เข้าถึงความรู้สึกของตัวละครได้มากกว่า

"เส้นฟัด" ในเรื่อง "ฟัด" นั้น ฟัดกันจริงจัง ซาดิส เอากันถึงตาย ถึงมือ ถึงเท้าและรุนแรงไร้รสนิยมครับ... ถ้าเที่ยบกับ ATM มันตลกกันคนละเรื่องเลย...ของ ATM แม้พระเอก นางเอกจะร้ายใส่กัน แต่ก็ "ไม่ได้ถึงขั้นทำให้อีกฝ่ายเจ็บเนื้อเจ็บตัว" หรือทำลายกันครับ และเป้นการแกล้งกันที่แสนจะ Crative และไม่มีใครแพ้ใครชนะ
แต่สำหรับ "ฟัด" มันไม่ Creative แถมยังดูเหมือนนางเอกจะเป็นผู้ถูกกระทำเสียส่วนใหญ่ด้วยซ้ำไป

เอาเป็นว่า "ฟัดจังโตะ" ก็ทำออกมาได้ไม่ถึงเท่าไหร่  รักก็ไม่ซึ้ง  ขำก็หยาบคาย
ยังไม่ทำให้เหนือกว่าหนังไทยเรื่องอื่นๆ ที่เคยฉายมา
อย่าง ""ATM เออรัก เออเร่อ" "กวน มีน โฮ" ไม่ได้

พูดตรงๆ ว่าทางหนังคุณยอร์ท ซ้ำอ่ะ
แม้ว่าทางหนังของคุณยอร์ท จะแปลกใหม่ มากๆๆ เมื่อหลายปีก่อน....
แต่พอทำซ้ำๆ เข้า โดยไม่มีอะไรใหม่....​คนก็จะเดาทางได้ เอียน และขาดความ "เร้าใจ" ขาดเสน่ห์ในที่สุด
หลังๆ หนังคุณยอร์ท ผมว่าเข้าสู่โหมดนี้แล้วครับ
เพราะนอกจากหนังที่ออกแนว "บทคมๆ" พยายาม "สร้างประเด็นแปลกๆ" แล้ว (ที่ก็ไม่ได้คมมากเหมือนก่อน และประดิษฐ์มากเกินไป จนไม่เข้าถึงความรู้สึก และไม่เข้าใจเสียด้วยซ้ำ"
หนังโดยรวม  ( รวมถึงมิติอื่นๆ และการโปรโมท) ก็เข้ารูทเดิม เช่น
- ทีเซอร์ : ตัดมุขตลกมาใส่ ตัดคำคมมาใส่
- เพลง : ที่เหมือนๆ เดิม และยิ่งร้ายใหญ่ ที่ฟัดจังโต๊ะ ก็ใจ "ละอองฟอง" อีกแล้วววววววว (เหมือนคุณนายโฮ)
- MV ก็คล้ายๆ เดิม : ร้องๆ เต้นๆ อยู่ในสตู  ( อาจมีท่าแปลกๆ บ้าง แต่ก็ไม่ถึงขั้นจำได้)

หลายคนที่เคย "ผิดหวัง" กับหนังคุณยอร์ท ก็ง่ายเลยกับการปฏิเสธ
แต่ในทางกลับกัน ใครที่ชอบหนังแนวคุณยอร์ท คงนับวันรอที่จะไปดูไม่ไหวแล้ว อย่างแน่นอน

เขียนมาซะนาน  สรุปแล้วกัน
"ฟัด จัง โตะ" เป็น "ซาดิส คอมเมดี้" ตามที่ผู้กำกับตั้งใจให้เป็นครับ
เป็นหลังที่ถ้าไม่คิดอะไร ก็ "ตลก" สะใจ และขำเอามากกกกกกกกๆๆๆๆ
เคมีของนักแสดงนำ โดยเฉพาะ "บอย และ ยิปโซ" เข้ากันมากกกกกกก
เป็นครั้งแรกที่เห็นบอย เล่น "คอมเมดี้" เต็มตัว / และเห็น "ยิบโซ" ในอีกมุมหนึ่งที่แปลกออกไป
เป็นหนังง่ายๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน ดูเพลินๆ  ไม่ค่อยเจออะไรแปลกใหม่เท่าไหร่
เป็นหนังที่ ถ้ามีเวลา ก็ไปดูในโรงได้  หรือถ้าไม่ว่าง ก็รอแผ่นก็ได้
และเป็นหนังที่ดูได้แค่ครั้งเดียวน่ะ  ไม่ได้ซับซ้อน หรือมีประเด็นอะไรให้ดูซ้ำหลายรอบ
จุดเด่นเรื่อง "คำคม" ของผู้กำกับ "ยอร์ท" ยังคอยู่ แต่ "ประดักประเดิดเต็มที" ไม่ได้สมูทไปกับหนังสักเท่าไหร่ 
ซึ่งกลายเป็นว่า นอกจาก ความตลกที่พยายามยัดเข้ามาแล้ว... ก็ไม่มีอะไรจำได้เลยสำหรับหนังเรื่องนี้
แต่อย่างที่บอก คุณจะสนุกและเพลินไปกับหนังเรื่องนี้ ไม่มาก ก็น้อยครับ



ให้คะแนน
 6 เต็ม 10 ครับ
(ตัดคะแนนเรื่องบทออกไป... ที่เป็นต้นเหตุให้หนัง ไปไม่ถึงจุดหมาย)


ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เรื่องย่อ “Frozen” (Disney's) โฟรเซ่น - ผจญภัยแดนคำสาปราชินีหิมะ” : จากมุมมองของผม หลังชม (review)

รองเท้านักเรียน ที่พาเราขบถเล็กๆ แบบเท่ๆ (รีวิวร้องเท้านักเรียนปี 2557)

สไปร์ท ฮอร์โมน : ซ่าๆ ใสๆ (กินสไปร์ท ต้องใส่ถุง) : (Hormones วัยว้าวุ่น เดอะซีรีย์)