แสบทั้งตัว มัวแต่ขำ กรามค้าง : ทึนทึก3 One Night In Tokyo !

** ข้อความต่อไปนี้คือความคิดเห็นส่วนบุคคลนะครับ แย้งได้ เสริมได้

















































































































ทึกทึกคือ…?

ตามตำนานเล่ากันว่า… ทึนทึกคือละครเวทีที่ถือกำเนิดเมื่อปี 2535
(ตอนนั้นผม 5 ขวบ) ที่ล่ำลือกันว่าpop มาก จนต้องมีภาค 2 เมื่อปี 2545
(10ปีต่อมาเลยหลอ?)และอีกเกือบ10 ปีจากนั้น(ก็คือพ.ศ.2554 นี่แหละ)
ทึนทึกก็กลายมาอีกครั้ง ภาคใต้ชื่อทึนทึก 3 One Night In Tokyo !
ทึนทึก เป็นเรื่องราวของแก๊งค์สาว 5 คนคือ เบนจี้(สาวเซเลบ)
รีจิต(ศาสตราจารย์มหาวิทยาลัย)
แน๊ต(บก.นิตยสารผู้หญิง)
พรรณ(สาวโฆษณา)
ปานดวงใจ(นักเขียนนวนิยาย)
และ ตัวละครสีสัน มงคล(ช่างรับเหมาจีนแท้ๆ)
ชายพอ(ข้าราชการเชื้อสายเจ้า)
กูรูแอนดี้(กูรู รู้ทุกสิ่งอย่าง)
และกระแต (สาวใช้ผู้ร่ำรวย)จากที่สืบ
ทึนทึกคือตัวแทนของชนชั้นกลาง ในสังคมเมือง ที่ในการแสดงแต่ละครั้งก็
จะเน้นดึงเอาเหตุการณ์บ้านเมืองสมัยนั้นมาตีแผ่ และสะท้อนความนึกคิดของ
ชนชั้นกลางสมัยนั้น ว่ากันว่าด้วยจุดเด่นข้อนี้ของละครนี่แหละ ทำให้คนดูรู้สึกว่า
ละครเรื่องนี้มีตัวตน สัมผัสได้ และตัวละครบนเวทีก็เหมือนๆ กับตัวเรา
หรือเพื่อนเราที่รู้จักนั่นแหละ………………..

ภาค 1 (ตอนอายุ 5 ขวบ) หรือภาค2 (ตอนผมอายุ 15 ขวบ) จะยังไงไม่ขอเอ่ย
ถึงนะครับ เพราะไม่ได้ดูจริงๆ ส่วนทึนทึก3 (ตอนนี้อายุ 25 ขวบ) ในพ.ศ. นี้
ได้ไปดู ยังไงขอโทรโข่งเวอร์ชั่น One Night In Tokyo ! นี้ แล้วกันนะครับ
……….เปิดม่าน...น.....น.....น.....น

ใครคือชนชั้นกลาง
อริสโตเติล กล่าวถึงชนชั้นกลางไว้ว่า ชนชั้นกลางมักจะเป็นกลุ่มที่กล้าลอง
กล้าทำ และกล้าท้าทายกับความคิดใหม่ๆ หรือคุณค่าใหม่ๆ เพราะชนชั้นนี้
พอมีอันจะกิน จะสามารถคิดหรือทำอะไรได้มากกว่าเพียงที่จะดำเนินชีวิต
อยู่ไปวันต่อวัน เป็นพลังขับเคลื่อนของทุนนิยมจนกลายเป็นว่าชนชั้นกลาง
มักจะเป็นกลุ่มแสวงหาประชาธิปไตยหรือเสรีนิยมเพื่อปลดปล่อยตัวเองและ
สังคมที่ตนอาศัยอยู่
ความคิด ความเชื่อตามที่อริสโตเดติ้ลว่า ทำให้ชนชั้นกลางในเมืองไทย
มีพฤติกรรมที่ขบขัน ขัดแย้งดังต่อไปนี้
- เพลงลูกทุ่งมันเชย...ไม่ฟัง ไม่รู้จัก....แต่อย่าให้อินโทรขึ้นนะ ลึกๆ รู้จักนะเว้ย
ร้องได้ เต้นตามได้อีก...ชินเมโจได๋........ชินเมโจได….
- ชอบจังที่จะมีตัวตน เลยอดไม่ได้ที่จะ tweet ให้คน Follow จะกิน ขี้ ปี้ นอน...
(เขียนBlog นี่ก็ใช่)
- มี Facebook ไว้สื่อสารกับเพื่อน.. แม้จะนั่งอยู่ตรงนี้แท้ๆ กับเพื่อนๆ ยังไป
ก้มเล่นโทรศัพท์ อิอิ คริคริ 55+ ใน Facebook ซะงั้น ..... อ๋อ ไม่ลืม up รูป
แล้ว Tag แล้ว Comment ด้วย
- ไม่ตกเทรน ต้องตามข่าว และวิพากษ์ข่าวอย่างเมามันส์ และที่เด็ดกว่านั้น
คือตัดสินข่าวด้วยตนเอง เสร็จสรรพ เรียกว่าต้องมีปากเสียงในสังคมล่ะ
(หรือไม่จริง ตอนฟิลม์แอนนี่ หรือสาว17ชนรถตู้ คุณก็ตัดสินไปแล้วทั้งนั้น)















- ฉันมีเงินเหลือพอจะท่องเที่ยวต่างประเทศแล้วหล่ะ...
(ไม่ใช่ทัวร์ไหว้พระวัดดังแล้วขอตะกรุด) และมักไปแบบทัวร์(ยกแก๊งค์)
ไปทัวร์ในประเทศและสถานที่ๆplaysave ที่เขาไปกันเยอะให้ชื่อว่า
ไปกิน ไปเดิน ไปดูที่เหล่านั้นมาแล้วเว้ย....(เช่น ต้องไปญี่ปุ่นสักครั้ง
และพอใครกลับจากญี่ปุ่นก็มักถามว่า กินโตเกียวบานาน่ามายัง....
ทั้งทีแม่งคือซอฟเค้กธรรมดา และญี่ปุ่นก็นำเข้ากล้วยหอมจากเมืองไทย
ทั้งนั้น....ฮ่วย...)
- ชนชั้นกลางหลุดพ้นความปากกัดตีนฉีบ ดังนั้นต้องหาอาไรให้ชีพว่า
สุขสงบ เช่น การเข้าอบรมจิต วิปัสนาะ หรือการช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ก็เป็นหน้าที่ของ
ชนชั้นกลาง ต้องผดุงความยุติธรรม โอย... เยอะจริงท้ายที่สุด การที่มีพื้นทาง
การศึกษาใกล้เคียงกัน.. ภูมิหลัง ฐานะ ไม่ต่างกัน ทำให้ชนชั้นกลาง คือ พูด ดู
ชอบอะไรที่เป็นกระแสหลัก (Mainstrem) ไปซะหมด และสิ่งที่เสพต้องแปลก
แตกต่างจากชาวบ้านร้านตลาด เช่น ต้องดูช่อง 3 ดูวูดดี้เกิดมาคุย ข่าว 360 องศา
( และดูละครเวที 555+) และด้วยความตั้งใจของละครที่จะหยิกแกมหยอกชนชั้นกลาง
อย่างจงใจ ดังนั้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบนเวทีจึงเป็นสิ่งที่ชนชั้นคิด พูด ทำ
อยู่เป็นนิจ และ
อ๊ะ อ๊ะ อย่าปฏิเสธว่า เหตุการณ์ต่างๆ ที่ผมจะเล่า (และที่เกิดขึ้นบนเวที)
มันไม่ใช่คุณ อมโบสถ์มาพูดก็ไม่เชื่อนะฮ๊าฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ














ยังไงเนี่ย ทึนทึก 3
แกนของทึนทึกคือการดึงเอาประเด็นสังคมของชนชั้นกลางที่มี
ความน้ำเน่าพอมาขยี้ๆๆๆ ในพศ.นี้ปัญหาบุตรนอกสมรส เตะตาทีมงาน
อย่างจัง จึงเป็นที่มาของเรื่องราวที่ดูไร้สาระเอาซะจริงๆ เมื่อชายพอ..
(ตุ๊ดแตกซะอย่างนั้น) จู่ๆ ก็มีเด็กหนุ่มชาวญี่ปุ่นอายุ 19 ปีนาม “โคอิเขะ”
อ้างตัวว่าเป็นลูก....เป็นเดือดเป็นร้อนถึงเพื่อนๆ ต้องพิสูจน์ความจริงว่า
เกิดอะไรขึ้นที่ญี่ปุ่นเมื่อ 19 ปีที่แล้วก็แน่นอนครับ มีการดึงเอาเหตุการณ์
น้องเคอิโงะ กับฟิลม์แอนนี่ มายำให้แซบ มีแอบกัดเรื่องตรวจดีเอ็นเอ
อะไรอีกวุ่นวาย....เมื่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นเรารู้ๆ กันอยู่ จึงไม่ใช่เรื่องที่ใหม่อะไร
... .แหม!!!ก็ละครเรื่องนี้มันไม่ใช่ภัทราวดีนี่นา จะมาติสต์ทำเพื่อ.....? จริงมะ....

ทึนทึกแบบเรียบๆ
การดำเนินเรื่องของทึนทึก ไม่ได้มีอะไรใหม่ และในแวบนึงในโรงละครแอบ
นึกว่านี่คือการดำเนินเรื่องของละครเวทีเด็กมัธยมนี่นา ..... เพราะนอกจากไม่มีอะไร
แปลกใหม่ ยังขาดชั้นเชิงอีก...และตรงตามทฤษฏีแบบเป๊ะๆ....คือเปิดเรื่อง แนะนำว่า
ใคร เป็นอะไร ตามด้วยปมของเรื่อง ตามด้วยการคลี่ปม ตามด้วยจุดจบ...
และจบแบบละครโทรทัศน์ไทยช่อง7 แบบบอกหมดว่า อ๋อสุดท้ายจบอย่างงั้นอย่างงี้
ตอนแรกนึกว่าทึนทึกจะเป็นเหตุการณ์ที่สนุกได้โดยนักแสดงหน้าเดิม
สนุกได้ด้วยเรื่องราวที่ธรรมดา สามัญแต่โดยใจ แต่ว่าการนำเสนอในครั้งนี้
น่าเสียดายนตรงที่ตัวละครไม่มีการพัฒนาการในเนื้อเรื่องใดใดเลย เพียงแต่
เอาสถานการณ์และตัวละครประหลาดๆ มาใส่ให้ดูมีสีสัน และจบราวกับไม่มี
อะไรเกิดขึ้น ซึ่งน่าเสียดายจัง สำหรับการกลับมาของทึนทึก ที่บางคนรอชม
มาเกือบ 10 ปี
ตัวอย่างจากภาคแรก ตัวละครมีการพัฒนาและเกิดความสนุกสนานไป
พร้อมกัน คือ ปานดวงใจตัดสินใจคบหากับหมง และเพื่อนๆคัดค้าน
ภาค2 ปานดวงใจและหมงแต่งงงานกัน แต่ภาคนี้ตัวละครทุกตัวไม่มีการ
พัฒนา แน่นิ่ง ซึ่งเป็นที่มาที่ผมพูดแต่แรกว่านี่แหละที่บอกว่าบทไม่แข็งแรงพอ
การว่าทำป่วนของโคอิเขะก็แค่น้ำจิ้มเท่านั้นเอง.........เอ๊ะ หรือว่าทึนทึกภาคนี้
แค่ทำขำๆ คั่นเวลาให้หายคิดถึงก็ไม่รู้นะ















ทึนทึก...อารมณ์ไหนเนี่ย
ยังไงเสีย ละครของค่ายดรีมบ๊อก(แดส เก่าก่อน) ก็ยังคงสไตล์
Community ไว้อย่างเหนียวแน่นคือคนทำอยากทำ คนดูก็เป็นกลุ่มๆ
เพื่อนๆ ที่รู้สึกมักคุ้นกันมานานดังนั้นบรรยากาศบนเวทีและผู้ชม
จึงรู้สึกว่า วันนี้คือวันรวมเพื่อนเรามาดูเพื่อนเราเล่นละคร
เรามาเล่นละครให้เพื่อนดูตัวละครในทึนทึกเองก็เหมือนเพื่อนเก่า
ที่ไม่ได้เจอกัน 10 ปี ก็มา updateกันซะหน่อยมาแต่ละตัวละครเป็น
ยังไงกันบ้าง......ผู้ชมล่ะ ยังสบายดีอยู่ไหม....
จึงไม่แปลกว่าภายในโรงละครจะคึกคักกับมุขเล็กๆ น้อยๆ
ขำและเดาออกว่าตัวละครจะเล่นมุขอะไร(เพราะซี้กันน่ะ เดาทางออก)
สรุปคือท้ายที่สุดก็คือเพื่อนสนิทกันทั้งโรงละคร
ความรู้สึกนี้แน่ชัดจนตลอดเรื่องที่ผมดู และปักหมุดเข้าไปอีก เมื่อตอนองก์ที่ 2
คุณนีโน่ในบทกูรูแอนดี้ เกิดลืมบทซะอย่างนั้น ตัวละครบนเวทีก็ไม่ได้
รักษาฟอร์มกันเลยแสดงออกอย่างชัดเจนว่าหลุดคิว และคนดูก็รู้นะว่าลืมบท
แต่ว่าก็ขำๆ ไม่ถือสาอะไรกลับเป็นเรื่องขำ ทั้งคนเล่นและคนดูซะอีก....
ก็โถ เราจะโกรธเพื่อนลงได้ไงกัน
กับแค่ความผิดพลาดขี้ปะติ๋ว....

ทึนทึก สนุกตรงไหน....?
ถ้าเป็นสไตล์ละครพูดรัชดาลัย เขามาพร้อมบทที่แข็งแรง ตลกด้วยแกนเรื่อง
ตลกด้วยบท ตลกด้วยสถานการณ์ที่สมเหตุสมผล.... แต่ค่ายดรีมบ๊อก ก็ยังคงเป็น
เอกลักษณ์นะครับ ว่าละครคอมเมดี้ของเขานั้นสนุกสนานครึกครึ้นขบขันด้วยมุข
ที่แพรวพราว.... ท่าทาง over acting..... มุขที่เสียดสีคนดูชนชั้นกลางแสบๆ....
มุขที่มาพร้อมกับสถานการณ์บ้านเมืองที่ทันสมัย.... ผมดูก็ชอบนะครับ....ตลกดี
เอาคนดูอยู่ตลอดทั้งเรื่องเลย.... แต่ก็เป็นข้อเสียว่ามุขเหล่านี้มันไม่แข็งแรงเท่าไหร่...
เพราะไม่ได้มาจากบทที่แข็งแรง....บางมุขก็เปลืองไร้เหตุผล...มุขเกือบครั้งนึง
ไม่ได้ช่วยเล่าเรื่อง และตัดออกได้โดยไม่กระทบเนื้อเรื่องเลย......ทั้งนี้ทั้งนั้น
จะแคร์อะไร ในเมื่อดูแล้วสนุก จริงมะ......

ฉากล่ะ ว่าไง
ทึนทึกเป็นละครเวทีแนว Situation comedy หรือ ซิทคอมที่เรารู้จักกันนั่นแหละ
เรื่องราวเกิดขึ้นใน ฉากเดียว........คือฉากบ้านโบราณของปานดวงใจ.....
เสน่ห์ของเรื่องนี้คือ มีฉาก 1 ฉาก แต่การดำเนินเรื่องที่ต้องไปถึงญี่ปุ่นด้วยนี่สิ
จึงมีการใส่รายละเอียดยิบๆ ย่อยๆ ให้กับฉาก จนสามารถดัดแปลงเป็น
สถานที่ประชุมนานาชาติ โรงน้ำชาประเทศญี่ปุ่น ได้อย่างสนุกสนานและน่าสนใจ
ฉากมีความสวยงาม สมจริง บ้านเชื่อว่าเป็นบ้าน สวนมีความเป็นสวน
แต่จุดที่ขอติงคือ Art Direction ไม่ค่อยสมบูรณ์อย่างรุนแรง ฉากทับซ้อนกันไปมา
ดูไม่รู้เรื่องเลย... ยิ่งตอนที่ตัวละครเล่นตามมุมต่างๆ ของฉากด้วยแล้ว....
เรียกได้ว่าฉากบังคน และคนบางคนข้างหลัง งงไปหมด และแอบหลุดหงิดเล็กน้อย
...ตลอดทั้งเรื่อง (เรื่องนี้ต้องตำหนอการบล็อกกิ้งด้วยนะครับ โคตรไม่เคลียร์เลย
เวลามาอยู่กับฉาก) และอีกประการที่สำคัญครับ ฉากดูแบนมาก ไม่มีมิติเอาซะเลย
ดูใหญ่ๆ ตันๆไปหมด อึดอัดครับ.....
เรื่องสเกลของอุปกรณ์ฉาก และการจัดองค์ประกอบของฉากให้ลงตัวควร
ให้ความสำคัญมากกว่านี้นะครับ....นักแสดงล่ะ ทึนทึกแค่ไหนเพราะไม่ได้ดูทั้ง
2 ภาคแรกทำให้ไม่รู้ว่า ตัวละครทุกคน ตัวคงเป็นคาแร็คเตอร์เดิมอยู่หรือไม่ แต่ที่แน่ๆ
ในภาคนี้ ตัวละครดูมีมิติ มีที่มาที่ไป มาตึ้นลึกมาก และนักแสดงทุกคนก็แสดง
ออกได้อย่างเป็นตัวละครนั้นมาก...แหม...นักแสดงแต่ละคนยอดฝีมือขนาดนี้...
แล้วความประทับที่สร้างมาตั้ง 2 ภาคก็การันตีได้ตั้งแต่ยังไม่ได้ดูด้วยซ้ำไป....ชิมิชิมิ
อ๋อ....จุดเด่นของทึนทึกคือการกระจายบทให้ทุกคน....แม้ดูวุ่นวายไปบ้างแต่ก็
มันส์ดีนะฮ้าฟฟฟฟฟฟฟ

เครื่องแต่งกายล่ะ
มันคือละครคอมเมดี้ และแอบมีแฟนตาซีนิดๆ ดังนั้นเสื้อผ้าคงต้องเน้นไปที่
การสะท้อนคาแร็กเตอร์ของตัวละคร ซึ่งก็ไม่ได้แย่นะครับ เสมอตัว ไม่ขัดตา....
จบปึ้ง....!


















ขอตินะฮ้าฟฟฟฟฟฟฟฟ
ผมตั้งใจซื้อสุจิบัตรมา ซึ่งเขาวางขาย 20 บาท.........
สิ่งที่ผมอยากได้คือความมีมิติของละครเรื่องนี้ ว่าที่มาที่ไป
หรือต้องการสื่อสารอะไร ละครเรื่องนี้มีตื้นลึกหนาบางหรือไม่.....
แต่สิ่งที่ผมได้คือบทนำของผู้กำกับการแสดง 2 หน้า(ที่ไม่ได้บอกอะไรเลย)
/ ความเดิมภาคแรก 1 หน้า /ความเดิมภาคสอง 1 หนึ่ง(ซึ่งความเดิมทั้ง 2
ภาคไม่ได้ช่วยชีวิตอะไรผมเลย) /แล้วต่อด้วยแนะนำตัวละ 2 หน้า
(ซึ่งอ่านในเน็ทได้) /การ์ตูนที่ไม่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับละคร 2 หน้า
(เหมือนภาพถ่ายโปสเตอร์ที่ถ่ายไว้หลาย act แล้ว
ไม่รู้จะเอาไปทำอะไร)/ รายชื่อทีมงาน 2 หน้า /
หน้าขอบคุณ 1 หน้า และอวย Sponsorอีก 3 หน้า..........
ถามหน่อยว่าผมได้อะไรที่
เป็นทึนทึก3 จาก 20 บาทที่ผมเสียไปบ้าง.............บร๊ะเจ้า............**

ปล. สูจิบัตร ถ้าจะทำขายควรใส่ใจเรื่อง art direction นะครับ...
หนังสือรวมรุ่นโง่ๆของเด็กมัธยมยังสวยกว่าเล้ยนะฮ้าฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ

สรุปดูแล้วได้อะไร
เป้าหมายก็คงเป็นความบันเทิงนั่นแหละครับ หากคุณมาชม รับรองว่า
เกือบ 3 ชั่วโมงนี้จะเป็นช่วงเวลาที่คุณสนุกสนานมาก จรอาจเผลอกระทืบเท้าเลย.....
และแน่นอนไม่ได้ไกลตัวเลยละครเรื่องนี้ยังทำหน้าที่สะท้อนความรู้สึกนึกคิด
ของพวกเราๆ และมีตั้งคำถามเล็กๆให้เราได้ฉุกคิดเป็นระยะในโรงละครด้วย....
ว่าแต่คำถามของใครจะเป็นอย่างไรไปดูที่โรงละครนะครับ.....















ท้ายที่สุด
ทึนทึกก็คือ ทึนทึก เหมือนมะพร้าว ทึนทึกที่เข้มข้น หวานมัน ยังทำหน้าที่
ตบหน้าเบาๆ กับชนชั้นกลางเอากระดาษทรายขัดๆ ให้เลือดซิบ
ก่อนเอาแอลกอฮอล์ราดแล้วโปะด้วยเกลืออีกที
ก็เจ็บๆ แสบๆ คันๆ ขำๆ คริคริๆแบบทันสมัยกำลังดีนะฮ้าฟฟฟฟฟฟฟฟ

แม้จะติมามาก แต่โดยรวมให้
7 เต็ม 10 นะฮ้าฟฟฟฟ

ทึนทึก 3 เปิดแสดงในวันที่ 11-13 และ 18-20 มีนาคม ปีนี้ โรงละครเอ็มเธียเตอร์
ซื้อบัตรได้ง่ายๆ แบบกล้วยๆ ที่ บานานาบุ๊คกิ้ง นะฮ้าฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ

***ขอบคุณผู้อุปการะบัตรใจดี พี่แท๊ปปี้ครับ ^_^

ปล. เอ็มเธียเตอร์ สวยขึ้นมา (ล่าสุดไปดูเร่ขายฝัน
โรงละครยังเน่าอยู่เลย ตอนนี้สวยขึ้นผิดตา)





















ป้ายห้องน้ำผู้หญิงเลี้ยวซ้าย ผู้ชายเลี้ยวขวา





















เก้าอี้ใหม่รึเป่าเนี่ย ไม่อ๊อแอ๊ดละ(หรือรู้สึกไปเอง)



















Logo ก็สวยดีนะ...โรงนี้เน้นสีน้ำเงิน ..ขณะที่รัชดาลัย...แดง


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เรื่องย่อ “Frozen” (Disney's) โฟรเซ่น - ผจญภัยแดนคำสาปราชินีหิมะ” : จากมุมมองของผม หลังชม (review)

รองเท้านักเรียน ที่พาเราขบถเล็กๆ แบบเท่ๆ (รีวิวร้องเท้านักเรียนปี 2557)

สไปร์ท ฮอร์โมน : ซ่าๆ ใสๆ (กินสไปร์ท ต้องใส่ถุง) : (Hormones วัยว้าวุ่น เดอะซีรีย์)